
คลิกที่นี่
ผศ.ธีระศักดิ์ กำบรรณรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน AQ (Adversity Quotient) และ EQ (Emotional Quotient) เปิดเผยว่า จากการวิจัยพบว่า
ความสำเร็จของชีวิตมนุษย์ยุคนี้ ไม่ใช่ว่าจะมีเฉพาะเชาว์ปัญญาหรือ IQ (Intelligence Quotient) และ เชาว์ทางอารมณ์ หรือ EQ (Emotion Quotient) เท่านั้น แต่จะต้องมี 6 Q ได้แก่
1. เชาว์ปัญญา หรือ IQ (Intelligence Quotient)
2. เชาว์ทางอารมณ์ หรือ EQ (Emotion Quotient)
3. เชาว์ความอึด หรือ ความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส หรือ AQ (Adversity Quotient
4. เชาว์ด้านจริยธรรม หรือ MQ (Moral Quotient) ที่ต้องอาศัยวุฒิภาวะ และมีแบบอย่างที่ดีในการเรียนรู้เพื่อเกิดการพัฒนา
5. เชาว์สุขภาพ หรือ HQ (Health Quotient) ที่สร้างความเข็งแรง ซึ่งเป็นอัจฉริยภาพสำคัญที่จำเป็นต้องดูแล เพราะไม่มีสิ่งทดแทนได้
6. เชาว์ด้านจิตวิญญาณ หรือ SQ (Spiritual Quotient) เป็น อัจฉริยภาพสูงสุดที่พัฒนาจิตวิญญาณ เพื่อเตรียม พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ที่เป็นการพัฒนาความสมดุลให้กับชีวิต เข้าใจตัวเองและใช้สมองทุกส่วนในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
“การพัฒนา 6Q เป็น การสร้างความสำเร็จและความสุขในการดำรงชีวิต ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาของไทยให้ความสนใจและศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างมาก เพราะการสร้างคนเก่งที่เป็นคนดี มีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้ศักยภาพทุกด้านในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและปราศจากปัญหา ความวุ่นวายทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมได้” ผศ.ธีระศักดิ์ กล่าว.
สัตว์ป่าสงวน
(ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535)
| นกแต้วแล้วท้องดำ (Pitta gurney) อาศัยอยู่เฉพาะในป่าดิบราบต่ำ ทำรังอยู่บนกอระกำและกอหวาย ชอบกินใส้เดือนเป็นอาหาร ปัจจุบันพบแห่งเดียวในโลกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาประ-บางคราม จ.กระบี่ คาดว่ามีหลงเหลืออยู่ไม่เกิน 100 ตัวเท่านั้น | |
| กระซู่ (Didemocerus sumatraensis) เป็นแรดพันธุ์เล็กที่สุดในจำนวนแรด 5 ชนิดของโลก มี 2 นอ ชอบกินกิ่งไม้ ใบไม้ และผลไม้เป็นอาหาร เป็นสัตว์ที่หายากมาก ปัจจุบันพบในบริเวณป่าทึบ ตามแนวพรมแดนไทย-พม่า และชายแดนไทย-มาเลเซีย | |
| แมวลายหินอ่อน (Pardofelis marmorata) เป็นแมวป่าขนาดกลาง อาศัยอยู่ในป่าดงดิบและป่าดิบชื้น ชอบอยู่บนต้นไม้ ออกหากินในเวลากลางคืน กิน หนู งู นก แมลง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเป็นอาหาร ปัจจุบันเป็นสัตว์ที่หายากมาก | |
| กวางผา (Naemorhedus griseus) มีลักษณะคล้ายแพะ พบบริเวณยอดเขาสูงชัน สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1000 เมตร และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี กินพืชที่อยู่ตามสันเขาและหน้าผาหินเป็นอาหาร ปัจจุบันคงเหลืออยู่จำนวนน้อย พบบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม่ตื่น จ.ตาก | |
| นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (Pseudochelidon sirintarae) เป็นนกนางแอ่นชนิดหนึ่งที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก คือที่ประเทศไทย พบเมื่อ พ.ศ. 2511 ที่บริเวณบึงบรเพ็ด จ. นครสวรรค์ ชอบเกาะนอนอยู่ในพงหญ้า โฉบจับแมลงกินเป็นอาหาร ปัจจุบันเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว |
| กูปรี (Bos sauveii) เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับกระทิงและวัวแดง ชาวลาวเรียกว่า วัวเขาเกลียว ชาวเขมรเรียกว่า กูปรีหรือโคไพร ลักษณะพิเศษของมันคือ ตัวผู้เมื่อโตเต็มวัยจะมีปลายเขาแตกเป็นพู่ ส่วนตัวเมียเขาเป็นวงเกลียว ชอบกินหญ้าและใบไม้เป็นอาหาร พบในประเทศไทย ลาว เขมร และเวียตนามเท่านั้น | |
| ละองหรือละมั่ง (Cervus eldi) ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน กินใบไม้ใบหญ้า และผลไม้เป็นอาหาร ปัจจุบันไม่พบในประเทศไทย แต่ยังมีหลงเหลืออยู่บริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา แถบเทือกเขาพนมดงรัก และชายแดนไทย-พม่า แถบเทือกเขาตะนาวศรี เท่านั้น | |
| เก้งหม้อ (Muntiacus feai) เป็นเก้งที่มีสีคล้ำกว่าเก้งธรรมดา ชอบอาศัยอยู่เดี่ยวๆ ในป่าดงดิบตามลาดเขา จะอยู่เป็นคู่ในฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น กินหญ้า ใบไม้และผลไม้เป็นอาหาร พบบริเวณชายแดนไทย-พม่า และภาคใต้ของไทย เป็นสัตว์ที่หายาก | |
| นกกระเรียน (Grus antigone sharpii) จัดอยู่ในตระกูลนกบินได้ขนาดใหญ่ที่สุด สูงประมาณ 150 ซ.ม. พบตามหนอง บึง และท้องทุ่ง หากินเป็นคู่และกลุ่มครอบครัว กินแมลง สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อนคล่น พืชน้ำและเมล็ดพืชเป็นอาหาร ปัจจุบันไม่พบในประเทศไทย | |
| สมเสร็จ (Tapirus indicus) เป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน มีจมูกเหมือนงวงช้าง รูปร่างเหมือนหมู และมีเท้าเหมือนแรด จึงมีชื่อเรียกว่า ผสมเสร็จหรือสมเสร็จ มักหากินตามที่รกทึบ พบที่บริเวณป่าชายแดนไทย-พม่า ตลอดลงไปจนถึงภาคใต้ของไทย |
| พะยูน (Dugong dugon) เป็นสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม ชอบอยู่รวมเป็นฝูง กินหญ้าทะเลตามบริเวณน้ำตื้นเป็นอาหาร ปัจจุบันเป็นสัตว์หายาก พบอยู่ประมาณ 40-50 ตัว ที่บริเวณเกาะลิบง และหาดเจ้าไหม จ. ตรัง เท่านั้น | |
| ควายป่า (Bubalus bubalis) มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าควายบ้าน ชอบอาศัยอยู่รวมเป็นฝูง กินใบไม้ หญ้า หน่อไม่เป็นอาหาร ปัจจุบันพบบรอเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ. อุทัยธานี เท่านั้น | |
| แรด (Rhinoceros sondaicus) มีนอเดียว อาหารของมันคือยอดไม้ ใบไม้ ผลไม้ อาศัยอยู่ในป่าทึบ โดยเฉพาะแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เคยพบบริเวณป่าชายแดนไทย-พม่า ลงไปทางภาคใต้ของไทย ปัจจุบันไม่พบเห็นในประเทศไทย | |
| สมัน (Cervus schoburgki) เป็นกวางขนาดกลาง เรียกอีกชื่อว่า กวางเขาสุ่ม เป็นกวางที่มีเขาสวยงามที่สุด ชอบกินยอดหญ้าอ่อน ผลไม้และใบไม้เป็นอาหาร อยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ เคยมีเฉพาะในทุ่งโล่งภาคกลางของประเทศไทย โดยเฉพาะทุ่งรังสิต สูญพันธุ์ไปประมาณ 60 ปีมาแล้ว | |
| เลียงผา (Capricornis sumatraensis) เป็นสัตว์กีบคู่เขาจำพวกแพะ อาศัยอยู่ตามภูเขาที่มีหน้าผาหรือถ้ำ เคลื่อนไหวในที่สูงชันได้ปราดเปรียว ว่องไว กินพืชที่ขึ้นอยู่ตามที่สูงเป็นอาหาร ถูกล่ามาทำน้ำมันเลียงผา (ยา) เป็นจำนวนมาก |
สัตว์ป่าคุ้มครอง
(ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535)
| ลิงลมหรือนางอาย ( Nycticebus coucang ) เป็นลิงที่มีขนาดเล็ก ขนนุ่ม สั้นและหนาเป็นปุยสีขาวนวล และมีสีน้ำตาลเข้ม คาดจากหัวไปตลอดแนวสันหลัง หน้าสั้น ตากลมโต ใบหูเล็ก ออกหากินในเวลากลางคืน อาหารของลิงลมได้แก่ แมลงเล็กๆ ไข่นก ผลไม้ มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณเขาหิมาลัย พม่า และในประเทศไทย พบทุกภาคของประเทศ | |
| หมีหมา ( Helarctor malaynus ) มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเซีย จัดเป็นหมีขนาดเล็กที่สุดในโลก ขนตามลำตัวเป็นสีดำ ใต้คอมีแถบสีเหลืองรูปตัวยู เมื่อโตขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีขาว บริเวณหน้าตั้งแต่ตาจนถึงปลายจมูกสีค่อนข้างขาว ชอบอยู่เป็นคู่ และออกหากินในเวลากลางคืน อาหารของหมีหมาคือ น้ำผึ้ง และแมลงต่างๆ ใบไม้ และเนื้ออ่อนของคอมะพร้าว | |
| วัวแดง ( Bos javanicus ) มีรูปร่างและสีสันคล้ายวัวบ้าน แต่จะสูงใหญ่กว่า วัวแดงเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีราว 20-35 ตัว อาศัยอยู่ในป่าดงดิบ ออกหากินในเวลากลางคืนและเช้าตรู่ ชอบกินหญ้าอ่อนหรือหญ้าระบัดเป็นอาาหร วัวแดงอาศัยอยู่ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และพม่า | |
| ช้างป่าหรือช้างเอเซีย ( Elephas maximus ) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเซีย เช่น ไทย อินเดีย มาเลเซีย ขนาดลำตัวสูงประมาณ 2.8 เมตร หูมีขนาดเล็กเพียง 1 ส่วน 3 ของช้างแอฟริกา อาศัยอยู่ในป่าทึบที่มีอากาศเย็น มีน้ำอุดมสมบรูณ์ ช้างผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุราว 8-12 ปี ตกลูกครั้งละ 1 ตัว และมีอายุยืนใกล้เคียงกับคนคือราว 70 ปี | |
| หมีขอหรือบินตุรง ( Arctictis binturong ) มีลักษณะคล้ายหมี แต่ต่างจากหมีคือ มีหางยาวใช้เกาะกิ่งไม้แทนการใช้แขน หมีขอเป็นสัตว์จำพวกชะมดและอัเห็นขนาดใหญ่ ขนตามลำตัวมีสีดำ หนวดสีขาว ออกหากินในเวลากลางคืน กินทั้งสัตว์ พืชและผลไม้เป็นอาหาร เช่น หนู นก ผลไม้ป่าต่างๆ แหล้งอาศัยอยู่ในทวีปเอเซีย ในประเทศไทยพบตามป่าดงดิบทางภาคใต้ | |
| กระทิง ( Bos gaurus ) มีขนตามลำตัวสั้นๆ สีดำ ขาสีขาวนวลคล้ายสวมถุงเท้า โคนเขาสีเหลือง ปลายเขาดำ อาศัยอยู่ตามป่าดงดิบที่อยู่ห่างไกล กินดินโปร่ง หญ้า หน่อไม้ ฯลฯ พบในทวีปเอเซีย ในประเทศไทยมี 2 พันธุ์ คือพันธุ์พม่า พบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับพันธุ์มลายู พบทางภาคใต้ของประเทศไทย | |
| อีเก้งหรือฟาง ( Muntiacus muntjak ) เก้งเป็นกวางขนาดเล็ก ตัวผู้มีเขาสั้น ลำตัวสีน้ำตาลแดง ตัวผู้มีเขี้ยวยื่นออกมานอกริมปาก ใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้และป้องกันตัว ชอบอยู่ลำพัง และอยู่เป็นคู่ในฤดูผสมพันธุ์ คือ ช่วงหน้าหนาว เก้งชอบกินใบไม้ หญ้า ลูกไม้ป่า เก้งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเซีย และพบอยู่ทุกภาคของประเทศไทย | |
| แมวดาว ( Felis bengalensis ) เป็นสัตว์กินเนื้อที่มีลักษณธคล้ายแมวบ้าน แต่มีรูปร่างปราดเปรียวกว่า ลำตัวสีน้ำตาลแกมเหลือง หูค่อนข้างยาว มันจะออกหากินในเวลากลางคืน อาหารของแมวดาว ได้แก่ นก หนู กระรอก เป้ด ไก่ พบมากตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหภาพโซเวียต จิน อินโดนีเซีย และอินเดีย และทุกภาคของประเทศไทย |
| ลิ่มหรือนิ่ม ( Manis javanica) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่คล้ายคลึงกับสัตว์เลื้อยคลาน ลำตัวปกคลุมด้วยเกร็ดแข็งคล้ายปลา ปากเป็นช่องเล็กๆ มีลิ้นเป็นเส้นยาว อาศัยอยู่ตามป่าโปร่ง ออกหากินตามพื้นดินในเวลากลางคืน และจะหลับในโพรงดิน เวลานอนจะขดม้วนตัวกลม อาหารที่ชอบได้แก่ มด และปลวก พบเห็นได้ในทุกภาคของประเทศไทย | |
| หมีควายหรือหมีดำ ( Selenarctos thibetanus ) เป็นหมีขนาดใหญ่ของไทย ลำตัวมีขนหยาบสีดำ ใต้คอมีขนสีขาวรูปตัววี ปลายจมูกค่อนข้างดำ ปากยาว หางสั้น และหูใหญ่ ออกหากินตอนกลางคืน กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร เช่น แมลง ใบไม้ และลูกไม้ต่างๆ มหีควายมีนิสัยดุร้ายและชอบการต่อสู้ ปกติจะอยู่ตามลำพังหรืออยู่กันเพียง 2-3 ตัวเท่านั้น | |
| เสือโคร่ง ( Panthera tigers) เป็นเสือขนาดใหญ่ที่สุดในสัตว์จำพวกแมว ตัวสีเหลืองส้ม ลายพาดเป็นริ้วสีดำ หางลายดำเป็นปล้อง สามารถขึ้นต้นไม้และลงว่ายน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว ออกหากินลำพังในเวลาพลบค่ำและกลางคืน ถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง พบในไซบีเรีย จนถึงทะเลสาบแคสเปี้ยน อินเดีย จีน มาเลเซีย ฯลฯ และพบในทุกภาคของประเทศไทย | |
| กวางป่า ( Cervus unicolar ) กวางป่าเป็นกวางที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ออกหากินหญ้า ลูกไม้ป่า และหน่อไม้ ในตอนกลางคืน กวางป่าจะผสมพันธ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ตั้งท้องนานประมาณ 8 เดือน ตกลูกครั้งละ 1 ตัว กวางป่ามีอายุยืนประมาณ 15-20 ปี พบเกือบทุกภาคในประเทศไทย | |
| ค่างแว่น ( Presbytis phayrei ) ลำตัวของค่างแว่นด้านหลังมีสีน้ำตาลหรือเทา หน้ามีสีดำหรือเทา ที่ขอบตาจะมีสีเขียวอมฟ้าขาว ขาหลังและหางมีสีเดียวกับแผ่นหลัง ค่างแว่นอาศัยอยู่บนต้นไม้สูงตามถูเขาและป่าไม้ ค่างแว่นมักจะอยู่บนต้นไม้มากกว่าลงมายังพื้นดิน ค่างแว่นพบมากในเอเซีย ได้แก่ จีน พม่า อินโดนีเซีย และประเทศไทย | |
| เสือดาว ( Panthera pardus ) เป็นสัตว์ที่มีประสาทหู ตา ว่องไว และซ่อนตัวเก่ง หนังเสือดาวจะมีสีเหลืองปนน้ำตาล มีลายจุดสีดำเต็มตัว เป็นลอยขยุ้มตีนหมา เสือดาวอาศัยอยู่ในป่าลึก ตามโพรงไม้หนาบนภูเขาหิน หรือที่ที่มันสามรถหลบซ่อนได้ เสือดาวเป็นสัตว์ที่ปีนต้นไม้ได้เหมือนแมว มันจะออกลูกครั้งละ 2-3 ตัว หรืออาจมากกว่าถึง 5 ตัว | |
| เนื้อทราย ( Cervus porcinus ) เป็นกวางขนาดเล็กเท่าอีเก้ง เขาของมันคล้ายกับเขากวางป่าแต่เล็กกว่า เนื้อทรายชอบอยู่เป็นฝูงเล็กๆ ตามทุ่งหญ้าริมหนอง บึง ออกหากินในตอนเช้าและค่ำ ในประเทศไทยได้สูญพันธ์ไปแล้ว ส่วนที่พบเห็นในสวนสัตว์จะมาจากพม่า ปัจจุบันเนื้อทรายถูกพบที่ประเทศอินโดนีเซีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ลาว ฯลฯ |

กูเกิลเริ่มก่อตั้งเมื่อ มกราคม พ.ศ. 2539 จากโครงงานวิจัยสำหรับดุษฎีนิพนธ์ของ แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน นักศึกษามหาวิทยาลัยปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด[5] จากสมมุติฐานของเสิร์ชเอนจินที่สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของของเว็บไซต์ มาจัดอันดับการค้นหาที่เรียกว่าเพจแรงก์ โดยชื่อเสิร์ชเอนจินที่ตั้งมาในตอนนั้นชื่อว่า "แบ็กรับ" (BackRub) ตามความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลการลิงก์ย้อนกลับไป (back links) เพื่อวิเคราะห์ความสำคัญของแต่ละเว็บไซต์[6] โดยเว็บไซต์ที่มีเว็บไซต์อื่นลิงก์เข้ามาหามากที่สุด จะเป็นเว็บไซต์ที่มีความสำคัญสูงสุด และจะถูกจัดอันดับไว้ดีกว่า โดยทั้งคู่ได้ทดสอบเสิร์ชเอนจิน โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยสแตนพอร์ดในชื่อโดเมนว่า google.stanford.edu[7] และต่อมาได้จดทะเบียนบริษัทกูเกิล (Google Inc.) ในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2541 โดยใช้โรงจอดรถของเพื่อนที่เมืองเมนโรพาร์กเป็นสำนักงาน[1] โดยในขณะนั้นมีพนักงาน 4 คนซึ่งรวมบรินและเพจ และชื่อโดเมน google.com ได้ถูกจดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 กันยายน ในขณะเดียวกันทั้งคู่ได้ลาพักการเรียน และใช้เวลาในการพัฒนาหาเงินทุนพัฒนาจากครอบครัว เพื่อนฝูง และนักลงทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเช็กเงินจาก แอนดี เบกโทลไชม์ ผู้ก่อตั้งซันไมโครซิสเต็มส์[5]
ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542 บริษัทได้ย้ายไปยังเมืองแพโลอัลโทที่ตั้งของบริษัทคอมพิวเตอร์หลายแห่ง ซึ่งต่อมากูเกิลได้ย้ายบริษัทอีกครั้งไปยังเมืองเมาน์เทนวิว ไปยังสำนักงานใหม่ในชื่อเล่นว่ากูเกิลเพล็กซ์ ซึ่งในปี 2543 กูเกิลได้เปิดธุรกิจในส่วนโฆษณาในชื่อ แอดเวิรดส์ และ แอดเซนส์ โดยเป็นการโฆษณาผ่านคำค้นหา ซึ่งทำให้ข้อความโฆษณาตรงกับความต้องการของผู้ค้นหาเนื้อหาในเว็บไซต์ และสองส่วนนี้กลายมาเป็นธุรกิจหลักของกูเกิลร่วมกับตัวเสิร์ชเอนจิน
เดือนพฤษภาคม 2543 กูเกิลได้มีผู้ใช้งานค้นหาคำมากกว่า 18 ล้านคำต่อวัน ซึ่งกลายมาเป็นเซิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของโลก และในเดือนมีนาคม 2544 เอริก ชมิดต์ อดีตผู้บริหารบริษัทโนเวลล์ และผู้บริหารระดับสูงของซันไมโครซิสเต็มส์ได้เข้ามาร่วมงานกับกูเกิลในตำแหน่งประธานบริหาร